หน้า 1 จากทั้งหมด 1

โคคา โคลา มีแผนขยายการผลิตเครื่องดื่ม ผลักดันยอดขายให้โตอีกเท่าตัวในปี 2563

โพสต์แล้ว: อังคาร 18 ธ.ค. 2012 10:18 am
โดย Yamachita
นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ทำตลาดน้ำอัดลม ภายใต้แบรนด์ โค้ก แฟนต้า สไปรท์ และเครื่องดื่มไม่อัดลม ภายใต้แบรนด์ น้ำทิพย์ มินิทเมด เปิดเผยว่า ตลาดรวมน้ำอัดลมภายในประเทศไทยปี 2555 นี้มีการเติบโตสูงถึง 13% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 43,000 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันของแบรนด์ใหม่ ในตลาดที่สร้างความคึกคัก อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าการเติบโตของตลาดจะกลับมาเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวในปี 2556 ที่ประมาณ 7-8%

สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดและยอดขาย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา ของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลานั้นอยู่ที่ประมาณ 55% ของตลาดน้ำอัดลม โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลามีการเติบโตของยอดขายในปี 2555 ประมาณ 23% ซึ่งเฉพาะในส่วนของน้ำอัดลม คือ โค้ก แฟนต้า สไปรท์ มีการเติบโตถึง 24% ส่วนเครื่องดื่มไม่อัดลม ประกอบด้วย น้ำดื่มน้ำทิพย์ และน้ำผลไม้มินิทเมด มีการเติบโต 14% เป็นผลมาจากความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค การลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง สามารถสนับสนุนผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพแลtครอบคลุมครบวงจร

ทั้งนี้ภายในะยะเวลา 3 ปีนี้ หรือตั้งแต่กลางปี 2555-2557 โคคา-โคลา (ประเทศไทย) มีแผนจะลงทุนเพิ่มคิดเป็นเงินประมาณ 13,000-14,000 ล้านบาท สำหรับการขยายการผลิตเครื่องดื่ม การกระจายสินค้า การตลาด และบุคลากร เพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโตอีกเท่าตัวภายในปี 2563 ตามเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของโคคา-โคลา บริษัทแม่ ที่ตั้งไว้ ซึ่งปัจจุบันมียอดการผลิต 1,700 ล้านขวดต่อวัน ใน 207 ประเทศทั่วโลก

“ไทยเป็นประเทศที่โคคา-โคลาให้ความสำคัญกับการลงทุนมาก จึงใช้เงินลงทุนสูง เพราะยอดขายในไทยสูงติดอันดับ 1 ใน 20 ของทุกประเทศที่โคคา-โคลาทำตลาดอยู่ และเชื่อว่าการแข่งขันในตลาดน้ำอัดลมในไทยปี 2556 จะเข้มข้นมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการแต่ละแบรนด์พร้อมที่จะลงทุนในด้านต่างๆ ซึ่งโคคา-โคลาเองก็พร้อมรับมือกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น”
นายอาร์ชวัส กล่าว


ที่มา : naewna.com