รูปภาพแจ้งข่าว ทางเว็บบอร์ด openerpthailand.org ได้เปลี่ยนระบบเว็บบอร์ด ใหม่เป็น phpBB 3.1
  1. บุคคลทั่วไป จะไม่สามารถเข้าอ่านกระทู้บางบอร์ด แนะนำให้ท่าน สมัครสมาชิกคลิกตามลิงค์นี้
  2. สมาชิกใหม่ ถ้ายังไม่ได้แนะนำตัวจะไม่สามารถ ตั้งกระทู้ และ ดาวน์โหลด ไฟล์จากเว็บบอร์ดได้ ท่านจำเป็นต้องแนะนำตัวที่หมวดนี้
  3. ถ้ามีปัญหาการใช้งาน หรือ ข้อเสนอแนะใดๆ แนะนำได้ที่นี่
  4. ปุ่มรูปหัวใจใต้โพส แต่ละโพส ท่านสามารถกดเพื่อสื่อถึงคนโพสนั้นถูกใจท่าน
  5. ท่านสามารถปิดการแจ้งนี้ได้ ที่มุมขวาของกล่องข้อความนี้

บุคคลทั่วไปสามาเข้าสู่ระบบ ด้วย Account ของ FaceBook ได้แล้ว คลิกที่นี่ได้เลย

ประยุกต์ใช้ Open Source Tiny ERP เพื่อปรับปรุง SMEs

บอกเพื่อนบ้าน เป็นหมวด ที่ไว้รวบรวม กระทู้ การถามตอบ จากเว็บไซต์ต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งาน ERP OpenERP
openerp_docman
โพสต์: 387
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 06 ต.ค. 2012 10:11 am

ประยุกต์ใช้ Open Source Tiny ERP เพื่อปรับปรุง SMEs

โพสต์โดย openerp_docman » พุธ 10 ต.ค. 2012 5:25 pm

ระบบ ERP เป็นโปรแกรมที่รองรับข้อมูลการทำงานประจำวัน (Transaction) เช่น การขายในแต่ละครั้ง นำข้อมูลเชื่อมโยงกับรายการของฝ่ายบัญชี เพื่อบันทึกลงสมุดประจำวัน สร้างเอกสารเพื่อรอตัดสินค้าออกจากคลังสินค้า สร้างคำสั่งการผลิตในกรณีที่ไม่มีสินค้าในคลังสินค้า สร้างคำสั่งซื้อวัตถุดิบในกรณีที่ไม่มีวัตถุดิบในคลังสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้เอกสารจะเชื่อมโยงโดยการตั้งค่าการทำงานต่าง ๆ เช่น ผังบัญชี การเชื่อมโยงบัญชีการลูกค้า สูตรการผลิต ระยะเวลาที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น
ดังนั้น ระบบ ERP จึงเป็นระบบที่ใช้ในการจัดการและวางแผนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ขององค์กรวิสาหกิจ โดยเป็นระบบที่เชื่อมโยงระบบงานต่าง ๆ ขององค์กรวิสาหกิจเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ระบบงานทางด้านการจัดซื้อ-จัดจ้าง การผลิต การเงินและการบัญชี การบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหารสินค้าคงคลัง ตลอดจนระบบการขนส่งและกระจายสินค้า เพื่อช่วยให้การวางแผนและบริหารทรัพยากรขององค์กรวิสาหกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยลดเวลาและขั้นตอนการทำงานขององค์กรวิสาหกิจลง และเป็นระบบที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกขนาดในปัจจุบัน ซึ่งหากไม่มีระบบ ERP ผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะแข่งขันได้อีกในอนาคตอันใกล้ การตัดสินใจเลือก ERP ของผู้บริหารควรเลือกระบบ ERP ที่เป็นระบบเปิด (Open Source ERP) เพราะใช้งานง่าย มีฟังก์ชันรองรับกับเทคนิคการบริหารการผลิตทั้งแบบผลัก(Push) และแบบดึง (Pull) เช่น เทคนิคเวลาทันใด (Just in Time (JIT)) คัมบัง (Kanban) เป็นต้น

สาเหตุที่ SMEs ต้องมีการประยุกต์ใช้ ERP
สาเหตุที่ SMEs ต้องมีการประยุกต์ใช้ ERP อาจเนื่องมาจากปัญหาหลายอย่างที่ SMEs กำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น
1. การดำเนินกระบวนการทางธุรกิจของบริษัท ยังแยกเป็นฝ่าย เป็นแผนก ขาดการจัดเก็บ บริหารและใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความล่าช้าและความผิดพลาดสูง ซึ่งก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่เพิ่มมูลค่าจากกระบวนงานเหล่านี้ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าขายสูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ลดลง อีกทั้งยังทำให้บริษัทฯ ต้องทำการผลิตและขายในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อทำให้คุ้มทุน
2.ความไม่สามารถควบคุมหรือตรวจสอบทรัพยากรของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน เครื่องจักร วัตถุดิบ สินค้าระหว่างการผลิตและสินค้าคงคลังได้อย่างครอบคลุม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเป็นทรัพยากรที่สำคัญและจำเป็นสำหรับบริษัท ดังนั้นหากบริษัทสามารถตรวจสอบทักษะและปริมาณงานของพนักงานได้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการพัฒนาบุคลากร ส่วนในภาคการผลิตนั้นหากไม่สามารถตรวจสอบถึงการบริหารเครื่องจักรในสายการผลิต ซึ่งรวมถึงเวลาการผลิต ระยะเวลาการซ่อมบำรุงได้แล้ว ธุรกิจอาจประสบปัญหาจากรายได้ที่สูญเสียไปจากการซ่อมบำรุงเครื่องจักร แรงงานที่ว่างงาน และอาจสูญเสียลูกค้าในที่สุด และสุดท้ายหากไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบวัตถุดิบ สินค้าระหว่างการผลิตและสินค้าคงคลังได้ บริษัทอาจประสบปัญหาในการบริหารทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นตัวช่วยในการวางแผนการผลิตสินค้าเพื่อส่งมอบให้ทันตามความต้องการของลูกค้า การ
3.บริหารจัดการการเงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ สำหรับธุรกิจ SMEs แล้วการจัดการด้านการเงินเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวแต่จะยิ่งปวดหัวมากขึ้นไปอีก หากขาดการบริหารจัดการด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ การละเลยเรื่องของใบสั่งสินค้า การบริหารลูกหนี้และเจ้าหนี้การค้าที่มีความหละหลวมอาจสร้างปัญหาให้กับฝ่ายการเงินของบริษัทได้
4.ขาดการวางแผนและระบบที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจ SMEsอาจจะเจอกับปัญหาหากต้องแข่งขันกับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่า เนื่องจากระบบงานเป็นระบบเก่าที่ไม่เหมาะสมกับรูปแบบการผลิตและความต้องการของลูกค้าสมัยใหม่
5.ความไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากขนาดและทรัพยากรของธุรกิจที่มีอยู่อย่างจำกัด หากจะขยายขนาดสำนักงานเพื่อรองรับกับการขยายตัวของตลาดอาจจะไม่คุ้มทุน ทำให้บริษัทต้องให้ความสนใจกับการรักษาฐานลูกค้าเพื่อคงรายได้หลักที่มีอยู่ไว้เป็นอันดับแรก แต่กระบวนการหรือเครื่องมือที่จะช่วยรักษาฐานลูกค้าสำหรับธุรกิจ SMEs ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย หากมองในระยะสั้นอาจไม่มีผล แต่จะมีผลกระทบต่อความอยู่รอดของธุรกิจในระยะยาวอย่างแน่นอน
6.เกิดการสูญเปล่าในกิจกรรม และความรวดเร็วในการทำงานลดลง เมื่อความเชื่อมโยงของกิจกรรมต่าง ๆ ขยายใหญ่และซับซ้อนขึ้น จะทำให้เกิดกำแพงระหว่างแผนก เกิดการสูญเปล่าของกิจกรรม ความสัมพันธ์ในแนวนอนของกิจกรรมจะช้าลง ทำให้ประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงกิจกรรมทั้งหมดในบริษัทลดต่ำลงด้วย
7.การรับรู้สภาพการเชื่อมโยงของกิจกรรมทำได้ยาก เมื่อการเชื่อมโยงของกิจกรรมต่าง ๆ ขยายขอบเขตใหญ่ขึ้น เกิดความซับซ้อนในการเชื่อมโยงกิจกรรม จะทำให้การรับรู้สภาพหรือผลของกิจกรรมในแผนกต่าง ๆ ทำได้ยากขึ้น ไม่สามารถส่งข้อมูลให้ผู้บริหารรับรู้ได้ทันที ผลก็คือ ทำให้ผู้บริหารสามารถรับรู้ถึงข้อมูลที่บ่งบอกสภาพความเป็นจริงของกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างทันทีทันการณ์ได้ยากขึ้น
8.การลงทุนและบริหารทรัพยากรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทำได้ยาก ผลก็คือทำให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจอย่างรวดเร็วหรือทันเวลาในการลงทุนและบริหารทรัพยากรขององค์กร เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุดในสินค้าและบริการของบริษัท
แก้ไขล่าสุดโดย openerp_docman เมื่อ ศุกร์ 12 ต.ค. 2012 10:01 am, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

กระทู้นี้มีโพสต์ทั้งหมด 11 โพสต์รอการเปิดอ่านจากคุณ

คุณจำเป็นต้องเป็น สมาชิกและล็อคอินเข้าสู่ระบบ ถึงจะสามารถอ่านโพสต์ที่เหลือและตอบกระทู้นี้ได้.
(คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อ สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบถ้าเป็นสมาชิกอยู่แล้ว หรือ เข้าสู่ระบบด้วย Account ของ Facebook ก็ได้นะ


สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
 
  • Similar Topics
    ตอบกลับ
    แสดง
    โพสต์ล่าสุด

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 9 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน